ชัยชนะต่อเนื่อง, พี่น้องฮอยลุนด์ ลุ้นดวลเกือก! เจาะ 5 ประเด็นก่อนเกม แมนยู ดวล โคเปนเฮเก้น

ชัยชนะต่อเนื่อง, พี่น้องฮอยลุนด์ ลุ้นดวลเกือก! เจาะ 5 ประเด็นก่อนเกม แมนยู ดวล โคเปนเฮเก้น

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เตรียมกลับมาลงทำศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ปะทะ โคเปนเฮเก้น ที่สนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม เอ วันอังคารที่ 24 ตุลาคมนี้ โดยพวกเขากำลังอยู่ในช่วงมั่นใจหลังสามารถเก็บชัยชนะในพรีเมียร์ลีก 2 แมตช์ติดต่อกัน ที่สำคัญ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ กำลังอยู่ในช่วงฟอร์มโดดเด่น และน่าจะได้ลงทำหน้าที่คุมแนวรับให้กับทีมอีกครั้ง ขณะเดียวกันหนึ่งในไฮไลท์ที่น่าสนใจก็คือ 3 พี่น้องฮอยลุนด์ อาจมีลุ้นได้ลงดวลฝีเกือกในเกมถ้วยใบโตยุโรป

1. เก็บชัยชนะต่อเนื่อง

หลังจากที่ฟอร์มลุ่มๆ ดอนๆ ในช่วงที่ผ่านมา ตอนนี้ดูเหมือน แมนฯ ยูไนเต็ด เริ่มที่จะทำผลงานได้กระเตื้องขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ฟอร์มการเล่นอาจจะยังไม่ค่อยบรรเจิดอย่างที่สาวก “เร้ด อาร์มี่” คาดหวังเอาไว้แต่พวกเขาก็กลายเป็นทีมที่สามารถเก็บชัยในช่วงวิกฤติได้

ผลงานของ แมนฯ ยูฯ ในแมตช์กับ เบรนท์ฟอร์ด ก่อนช่วงพักเบรกทีมชาติถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะเป็นการแสดงให้เห็นว่าทีมชุดนี้มีหัวใจนักสู้ และพร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อยิงประตูให้ได้ แม้จะเหลือเวลาไม่กี่นาทีก็ไม่คิดยอมแพ้

หลังฟีฟ่าเดย์ เทน ฮาก สามารถรักษาโมเมนตัมของทีมได้เป็นอย่างดี อย่างในแมตช์กับ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด พวกเขาก็สร้างเกมบุกได้ดูวูบวาม ส่วนเกมรับยังคงต้องปรับแก้นิดหน่อย แต่ก็ได้ อ็องเดร โอนาน่า ที่กลับมาโชว์ฟอร์มได้ดีช่วยเซฟหลายครั้ง

สำหรับตอนนี้ เทน ฮาก แอนด์ โค. ตั้งเป้าที่จะเก็บชัยชนะให้ได้ติดต่อกัน เพราะถ้าพวกเขาสามารถทำได้ความมั่นใจก็จะค่อยๆ กลับมาเพิ่มขึ้น และนั่นหมายถึงผลงานก็จะดีตามไปด้วย

2. พี่น้องฮอยลุนด์วัดฝีเกือก 

หนึ่งในเรื่องที่น่าสนใจมากๆ สำหรับแมตช์นี้ก็คือการที่ 3 ศรีพี่น้องตระกูล ฮอยลุนด์ จะได้ปะทะแข้งกัน โดยปัจจุบัน ราสมุส ทำหน้าที่กระซวกตาข่ายให้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ขณะที่ ออสการ์ กับ เอมิล น้องชายคู่ฝาแฝดของเขา เล่นให้กับ โคเปนเฮเก้น

จะว่าไปแล้ว ราสมุส วัย 20 ปีก็มีความคุ้นเคยกับ โคเปนเฮเก้น เพราะเขาขัดเกลาฝีเท้ามากับอะคาเดมี่สโมสรแห่งนี้ ก่อนย้ายไปเล่นกับ สตวร์ม กราซ และได้ดิบได้ดีกับ อตาลันต้า จนฟอร์มเข้าตา “ผีแดง” และได้ย้ายมาเล่นกับทีมช่วงซัมเมอร์นี้

สำหรับ ออสการ์ กับ เอมิล วัย 18 ปี ซึ่งอายุน้องกว่า ราสมุส คนละ 2 ปี ก็เดินตามรอยพี่ชายในการเป็นเด็กฝึกของ โคเปนเฮเก้น ก่อนจะได้ก้าวขึ้นมาเล่นให้กับทีมชุดใหญ่ในซีซั่นนี้

ก่อนหน้านี้ คริสเตียน มูรูซ์ ผอ.กีฬาสโมสร ฮอร์สโฮล์ม อุสเซรอด อิดราตสคล็อบ ทีมสมัครเล่นประเทศเดนมาร์ก ซึ่งเคยเห็นพัฒนาของ 3 ศรีพี่น้องมาหมดแล้ว ได้ให้คำนิยามผลงานของ ราสมุส ว่าพร้อมสวรรค์ด้วยการน้องชายคู่แฝดของเขา และแปลกใจที่เห็นนักเตะก้าวไปได้ไกลขนาดนี้ทั้งๆ ที่มีพัฒนาการช้ามาก

ทั้งนี้ ราสมุส ซัดไปแล้ว 2 ประตูในเกมแชมเปี้ยนส์ ลีก จากการเล่นให้ แมนฯ ยูฯ และถ้าเขายิงประตูได้ในเกมนี้ จะทำให้กลายเป็นนักเตะคนแรกที่ยิงประตูได้จากการเล่น 3 เกมแรกให้กับ “ผีแดง” ในศึกยูโรเปี้ยน คัพ หรือ แชมเปี้ยนส์ ลีก นับตั้งแต่ จอห์น คอนเนลลี่ เมื่อปี 1965 (3 ประตู)

3. แม็กไกวร์ ไม่ใช่ตัวตลกอีกแล้ว  ?

ตอนนี้ไม่มีใครกล้าปรามาส แฮร์รี่ แม็กไกวร์ อีกแล้ว หลังจากที่เขาทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมทั้งกับทีมชาติอังกฤษ และต้นสังกัด ทำให้กลายเป็นผู้เล่นที่แฟน “ผีแดง” ต้องการให้ยืนคุมเกมรับมากที่สุดในเวลานี้

แม็กไกวร์ ซึ่งตกเป็นเป้าเล่นงานของสื่อและแฟนบอลมาโดยตลอด จากฟอร์มการเล่นส่วนตัวที่มักจะผิดพลาดบ่อย เปลี่ยนจากตัวตลกกลายเป็นฮีโร่ของทีม  โดยเฉพาะในแมตช์ล่าสุดที่เฉือน เชฟฯ ยูไนเต็ด 2-1 ที่เล่นได้อย่างแข็งแกร่ง จนคว้ารางวัลแมน ออฟ เดอะ แมตช์ มาครอบครอง

ที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นก็คือสถิติของ แม็กไกวร์ น่าสนใจมากๆ เพราะอัตราการชนะของทีมมีสูงมากขึ้นเมื่อเขาลงสนามในทุกรายการนับตั้งแต่เดือนตุลาคม ปี 2022  ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าว 16 นัดที่เจ้าตัวลงเล่น “เร้ด เดวิลส์” มีอัตราชนะถึง 94 เปอร์เซนต์ จากการคว้าชัย 15 นัด แพ้ 1 นัด เฉลี่ยเสียประตูต่อเกม 0.7 ลูกเท่านั้น

ฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่ เทน ฮาก จะเลือก แม็กไกวร์ ลงยืนตำแหน่งเซนเตอร์แบ็กตัวหลัก ส่วนคู่หูของเขาน่าจะเป็น ราฟาเอล วาราน ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆ เกมรับของ แมนฯ ยูฯ คงแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิมหลายเท่า

4. ระวังโคเปนเฮเก้นให้ดี 

 โคเปนเฮเก้น ทำผลงานได้ดีเยี่ยมในเกมลีกแดนโคนมโดยพวกเขายึดตำแหน่งจากฝูงลีกได้อย่างเหนียวแน่น แถมยังยิงได้ถึง 24 ประตู แต่เกมรับไม่ค่อยดีนักเพราะเสียไปแล้ว 15 ประตู

ส่วนผลงานในแชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลนี้ ก็ถือว่าไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่อะไรมากนัก เพราะจริงๆ แล้วพวกเขาทำแต้มหลุดมือไป 5 คะแนนจากการเล่น 2 แมตช์แรกในรอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม เอ

โดยเกมแรกที่เสมอกับ กาลาตาซาราย ก็ยิงประตูนำไปก่อน 2-0 แต่โดนยอดทีมแห่งลีกตุรกียิงคืนสองลูกรวดในช่วง 5 นาทีสุดท้ายของการแข่งขัน ขณะที่แมตช์ดวล บาเยิร์น มิวนิค ก็ยิงประตูนำ “เสือใต้” ไปก่อน แต่สู้ความเก๋าของยอดทีมลีกเบียร์ไม่ไหวโดนยิงสองลูกรวดแพ้ไปอย่างน่าเสียดาย

สำหรับการไปเยือนถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ต้องยอมรับว่าสถิติของ โคเปนเฮเก้น ไม่ค่อยดีนักเพราะพวกเขาชนะ “ผีแดง” ในบ้านแค่เกมเดียวเมื่อเดือนพฤศจิกายนปี 2006 จากนั้นก็ไม่เคยชนะอีกเลย (แพ้ 1 เสมอ 3) จากการไปเยือนสโมสรอังกฤษในรายการนี้

จริงแล้ว โคเปนเฮเก้น มีข้อดีก็คือการเล่นเกมรุกที่ดุดัน สามารถเจาะตาข่ายคู่แข่งได้ แต่เกมรับไม่ค่อยแข็งแกร่งมากนัก โดยเฉพาะช่วงท้ายเกมมักจะพลาดท่าดูได้จากแมตช์ปะทะ กาลาตาซาราย และ บาเยิร์น พวกเขาเสียประตูช่วง 5 นาทีสุดท้ายเป็นประจำ

5. แมนยูต้องชนะเพื่อต่อลมหายใจ

สถานการณ์ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในเกมแชมเปี้ยนส์ ลีก ต้องบอกว่าหลังพิงฝา เพราะพวกเขาลงสนามไปแล้ว 2 เกมแพ้รวดเรียบวุธ ยังไร้แต้ม และรั้งตำแหน่งบ๊วยกลุ่ม เอ

ต้องบอกเลยว่านี่เป็นครั้งแรกของ “ผีแดง” ที่เริ่มต้นยูโรเปี้ยน คัพ หรือ แชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วยการแพ้ 2 เกมติดต่อกัน จริงๆ แล้วพวกเขาก็เคยแพ้สามแมตช์หลังสุดในทัวร์นาเมนต์นี้ แต่ยังไม่เคยแพ้ 4 เกมติดต่อกัน

ที่สำคัญ เทน ฮาก จำเป็นต้องพาทีมเก็บ 3 คะแนนในบ้านให้ได้ เพราะถ้าผ่านไป 3 แมตช์ทีมไม่มีคะแนนหรือเก็บได้แค่แต้มดียว โอกาสที่จะได้ผ่านเข้าไปเล่นในรอบน็อกเอาต์แม้จะยังเป็นไปได้ แต่ก็ค่อนข้างริบหรี่เลยทีเดียว

พี่น้องฮอยลุนด์
แหล่งรวบรวมไฮไลท์ฟุตบอลต่างประเทศทั้งลีกใหญ่และลีกเล็ก ขอบคุณผู้สนับสนุน  /  /  ขอบคุณแหล่งข้อมูล Truevisions / BeIN SPORTS Thailand / Siamsport / Cheerball / Bundesliga